การวิเคราะห์ปัญหาเครือข่าย
ปัญหาของเครือข่ายเป็นเรื่องสลับซับซ้อน
และไม่สามารถที่จะบอกที่มาของปัญหาได้ทันทีทันใด
อีกทั้งไม่สามารถพึ่งอาศัยจากประสบการณ์ในอดีต เพื่อการวินิจฉัยปัญหาได้
เนื่องจากปัญหาของระบบเครือข่ายมีสาเหตุได้มากมายหลายระดับชั้น (ในที่นี้หมายถึง ระดับชั้นภายใต้ OSI Model) ดังนั้น
ก่อนที่จะลงมือวิเคราะห์หาสาเหตุปัญหาของเครือข่าย จะต้องมีแนวทางเพื่อดำเนินการ
โดยตั้งเป็นคำถาม และตั้งเป็นข้อสังเกตดังต่อไปนี้
-
อาการปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นแบบปกติ
ต่อเนื่องหรือไม่
-
สังเกตว่าอาการที่เกิดขึ้นนั้น
เป็นเฉพาะ Application
หรือเกิดขึ้นในเครือข่ายโดยรวม
-
มีแอ็ปพลิเคชั่นใดบ้างที่เรียกมาใช้งานแล้วเกิดปัญหาบนเครือข่าย
-
มียูสเซอร์กี่คนที่เกี่ยวข้องในการใช้งานแล้วเกิดปัญหา
-
อาการที่เกิดขึ้นมีความสัมพันธ์กับกิจกรรมอื่น
ๆ บนเครือข่ายใดบ้าง
-
อาการแปลก
ๆ หรือปัญหาบนเครือข่ายครั้งแรกเกิดขึ้นเมื่อใด
- มีอาการเปลี่ยนแปลงใด ๆ
ที่เกี่ยวกับอุปกรณ์เครือข่าย หรือมีการติดตั้งซอฟต์แวร์บนเครือข่ายเกิดขึ้น เช่น
ติดตั้งอุปกรณ์เครือข่ายเพิ่มเติม
รวมทั้งติดตั้งแอ็ปพลิเคชั่นเพิ่มขึ้นบนเซิร์ฟเวอร์
-
มีการปรับปรุงอาคารสถานที่
ๆ มีการติดตั้งเครือข่ายหรือไม่
- มีการโยกย้ายอุปกรณ์เครือข่าย
หรือสถานที่ ๆ ติดตั้งเซิร์ฟเวอร์ หรืออุปกรณ์เครือข่ายหรือไม่
-
มีผู้ใช้คนใดบ้างที่
Logon เข้ามาที่เครือข่ายขณะเกิดปัญหา
ข้อสังเกตเหล่านี้จะต้องให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก
เพราะสามารถใช้เพื่อการวิเคราะห์ปัญหาของเครือข่ายได้ว่าเกิดจากสาเหตุอะไรบ้าง
ปัญหาหลักของระบบเครือข่าย
ปัญหาหลักของระบบเครือข่าย
มีลักษณะดังต่อไปนี้
ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการเชื่อมต่อ
(Connectivity
Problem)
ปัญหาเกี่ยวกับการเชื่อมต่อสามารถเกิดขึ้นได้หลายประการ
โดยสามารถแยกปัญหาที่เกี่ยวข้องได้หลายระดับชั้นตั้งแต่ระดับชั้น Physical ไปจนถึงระดับชั้น Application บน OSI Model ดังนี้
ปัญหาเกี่ยวข้องกับการเชื่อมต่อในระดับชั้น
Physical
ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับระดับชั้น
Physical สามารถแยกออกเป็นสาเหตุได้มากมายดังต่อไปนี้
· ปัญหาเกี่ยวกับการเข้าหัวสายไม่ดี
โดยเฉพาะการใช้รหัสสีไม่ถูกต้อง
· ใช้สายผิดประเภท เช่น นำเอาสาย Console
มาเสียบแทน หรือนำสายไขว้มาใช้งาน
· ปัญหา Connector ชำรุด
· ปัญหาการเชื่อมต่อไม่แน่นหรือหลุด
· ปัญหาสายขาดใน
· ปัญหา Connector ของ Hub สกปรกหรือชำรุดบกพร่อง
· ปัญหาสายสัญญาณถูกรบกวนมากจนหลุดบ่อย
ๆ
· ปัญหาสกปรกที่ Connector ของ Fiber Optic
· ปัญหาระยะทางการเชื่อมต่อไกลเกินไป
เช่น เดินสาย UTP ไกลเกินกว่า 150 เมตร
· ปัญหาอุปกรณ์เชื่อมต่อขัดข้อง เช่น
T – Connector
· ปัญหาการใช้สายสัญญาณที่มีค่า Impedance
ไม่เข้ากัน นำมาเชื่อมต่อกัน
· ปัญหา สาย AUI บกพร่องหรือชำรุด
· ปัญหาการเข้าหัว Transceiver
ไม่ดี
· ปัญหาเกี่ยวกับการกราวน์
ไม่ถูกต้อง
· ปัญหา LAN Card เสีย
ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการเชื่อมต่อในระดับชั้น
Data Link
ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการเชื่อมต่อในระดับชั้น
Data Link มักเป็นปัญหาเกี่ยวกับ LAN Card ปัญหาของ Shared Hub หรือ Switching Hub รวมทั้งอุปกรณ์
Interface ต่าง ๆ พอที่จะแยกสาเหตุต่าง ๆ ออกได้ดังนี้
· ปัญหาจาก LAN Card บกพร่อง หรือติดตั้งไม่เรียบร้อย หรือเกิดปัญหาการขัดแย้งของอุปกรณ์ LAN
Card กับอุปกรณ์อื่น ๆ บนเครื่องคอมพิวเตอร์ หรือปัญหาเกิดจาก Driver
ที่ใช้ไม่ถูกต้อง รวมทั้งความไม่เข้ากันของ Driver LAN Card กับ Driver ของอุปกรณ์อื่น ๆ
· ปัญหาเกี่ยวกับ Hub ไม่ทำงาน หรือมีอาการ Hang
· ปัญหาเกี่ยวกับอุปกรณ์ Transceiver
เช่น AUI
Transceiver หรือ MII หรือ GMII รวมทั้งปัญหาของอุปกรณ์แปลงสายสัญญาณ (Media Converter)
· ปัญหาเกี่ยวกับ Switching
Hub ซึ่งมักเป็นปัญหาของ Port เชื่อมต่อ รวมทั้งการจัดตั้งค่า Configuration หรือ
ปัญหาระบบจ่ายไฟ
· ปัญหาเกี่ยวกับการจัดตั้ง VLAN
บน Switching Hub ที่อาจเกิดความสับสน
· ปัญหาเกี่ยวกับการจัดตั้ง Duplex
ที่ไม่ Match กันระหว่าง Station กับ Switching Hub หรือระหว่าง Switching Hub
ด้วยกัน
· ปัญหาเกี่ยวกับ Ethernet
Interface อื่น ๆ
ปัญหาที่เกี่ยวกับการเชื่อมต่อในระดับชั้น
Network
ปัญหาที่เกี่ยวกับการเชื่อมต่อในระดับชั้น
Network มักเป็นปัญหาของ IP และปัญหาระหว่างระดับชั้น
Network กับ Data Link พอจะแยกสาเหตุต่าง ๆ
ออกมาได้ ดังนี้
· ปัญหาไอพีแอดเดรสชนกัน
· ปัญหายังไม่ได้รับการแจกไอพีแอดเดรส
· ปัญหาการ Encapsulation ที่ผิดพลาด ทำให้ Header ของไอพีแอดเดรสมีปัญหาผิดพลาด
· ปัญหาการจัดตั้งค่า Default
Gateway ที่ผิดพลาด
· ปัญหาที่ Station ไม่ได้รับการจัดตั้งค่า Default Gateway
· สัญญาณ Carrier ของ Modem ไม่ทำงาน
· LAN
Port (Ethernet) ของ Router Down
· Routing Protocol บน Router
ไม่ทำงาน
· สาย Serial ที่เชื่อมต่อระหว่าง Router กับ Modem มีปัญหา รวมทั้ง Connector
ชำรุดบกพร่อง
· การชี้ Gateway ของ Router บกพร่อง
· ในกรณีที่มีการเชื่อมต่อ Router
พ่วงกันหลาย ๆ ชั้น อาจไม่ได้ชี้เส้นทางที่จะไปยังเครือข่ายปลายทาง
ถึงแม้ว่าจะชี้ Gateway ได้อย่างถูกต้องแล้ว
ปัญหาการเชื่อมต่อที่เกี่ยวกับระดับชั้น
Transport
ปัญหาในระดับชั้นนี้มักเป็นปัญหาของ
TCP หรือ UDP Protocol และมักเป็นปัญหาที่เครื่องคอมพิวเตอร์ต่างก็ไม่สามารถสื่อสารผ่านทาง
Protocol TCP/IP เป็นส่วนใหญ่ ในระดับชั้นนี้
พอจะบอกสาเหตุของปัญหาได้ดังนี้
· Station ต่างก็มีปัญหา
Connection Failed มาก
· มีปัญหา เรื่อง Reset
Connection มาก
· มีปัญหา Retransmission มาก
· Connection หลุดบ่อย ๆ
รวมทั้งมีปัญหา Time Out บ่อยครั้ง
ปัญหาการเชื่อมต่อในระดับชั้น
Session Layer
ปัญหาในระดับชั้นนี้มักเป็นปัญหาระหว่าง
Client กับ Server ซึ่งความสำคัญอยู่ที่ปัญหาของ
Protocol ที่ใช้สื่อสารกันระหว่าง Client กับ Server เช่น การติดต่อสื่อสารกันระหว่าง Client
บน Windows กับ Server โดยใช้ SMB Protocol และปัญหาจะเกิดจากการทำงานของ Protocol
ที่ผิดพลาด รวมทั้ง Service ต่าง ๆ
ที่ไม่ได้รับการจัดตั้งอย่างถูกต้อง
ปัญหาในระดับชั้น Presentation
และ Application
ปัญหาในระดับชั้นนี้ส่วนใหญ่เป็นปัญหาของสิทธิ์ในการเข้าสู่การใช้งานเครือข่าย
หรือปัญหาเกิดจากการที่ Server ไม่ได้เปิด Service บางประการ เช่น Telnet ไว้ หรือผู้ใช้งานกำหนด
Password ที่ไม่ถูกต้อง ทำให้ไม่สามารถเข้าสู่การใช้งานได้
ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับประสิทธิภาพของเครือข่าย
ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับประสิทธิภาพการทำงานของเครือข่าย
สามารถแยกออกเป็น 2 รูปแบบ ดังนี้
· การตอบสนองของเครือข่ายช้ามาก
· การให้บริการของ Server บนเครือข่ายช้ามาก
การตอบสนองของเครือข่ายช้ามาก
การตอบสนองของเครือข่ายช้ามีสาเหตุมากมายหลายประการ
ดังนี้
· มีการเรียก Application ผ่านทาง Router มากเกินไป
· มีการเรียกใช้ Application
ผ่านทาง Gateway มากจนเกินไป
· ปัญหาเกี่ยวกับการทำงานของ Interrupt
ที่ผิดพลาดบน Server
· ปัญหาเกี่ยวกับ Application
ทำงานผิดพลาดหรือไม่สมบูรณ์
· CPU ที่ Server ทำงานช้าเกินไป
· ปัญหาข้อบกพร่องที่จุดเชื่อมต่อ
ทำให้เกิด Error หรือ Frame ข้อมูลผิดพลาด
· ปัญหาข้อบกพร่องที่ System
Software
· เครื่องคอมพิวเตอร์บนเครือข่ายติด
Trojan Horse Software
· อุปกรณ์เครือข่ายบางตัว สร้าง
Broadcasting มากจนเกินไป
· Hard Disk บน Server มีปัญหา Fragment
· Hard Disk บน Server ทำงานไม่ทัน
· การจัด Configuration ของ Driver เกี่ยวกับ LAN Card ไม่ถูกต้อง
· ปัญหาเกี่ยวกับการทำ
Encapsulation ของ Frame ที่ไม่สมบูรณ์
· File Server Down
· File Server ติดขัดหรือเกิดคอขวด
· File Server ทำงานหนักเกินไป
· เกิดความผิดพลาดของหน่วยความจำใน
Server รวมทั้งหน่วยความจำไม่เพียงพอ
ภาพที่ 3 แสดงลักษณะการเชื่อมต่อ
Switching Hub หลาย ๆ ชั้น ที่ทำให้เกิดปัญหา Delay มาก
· Gateway ทำงานหนักมากจนเกินไป
· Buffer บน LAN Card มีไม่มากพอ
· จัดเชื่อมต่อที่เป็นระบบใยแก้วนำแสงสกปรก
ขุ่นมัว
· CPU บน Router ทำงานหนักมากเกินไป
· LAN Card ทำงานช้า Buffer
ไม่พอ หรือบกพร่อง
· เครือข่ายเดียวกันมี Node
หรือ Station มากจนเกินไป
· เครือข่ายมี Broadcast
Packet โดยรวมมากเกินไป
· เกิดปัญหา Cross Talk หรือสัญญาณรบกวนมาก
· มีการเชื่อมต่อ Switching
Hub หลายชั้นเกินไป
· มี Traffic เกิดขั้นมากมายบนเครือข่าย
· อุปกรณ์ Hardware บนเครือข่ายไม่ Match
การให้บริการของ Server
บนเครือข่ายช้ามาก
เครื่องเซิร์ฟเวอร์ทำงานช้า
เกิดจากปัญหามากมายหลายประการเช่นกัน แต่พอสามารถสรุปปัญหาได้ดังต่อไปนี้
· ซีพียูของเครื่องเซิร์ฟเวอร์ทำงานหนักมากเกินไป
· หน่วยความจำของเครื่องเซิร์ฟเวอร์มีไม่เพียงพอ
· ฮาร์ดดิสก์ของเครื่องเซิร์ฟเวอร์ทำงานไม่ทัน
· มี Bad Sector ที่ตัวฮาร์ดดิสก์ของเครื่องเซิร์ฟเวอร์
· การ์ดแลนบนเครื่องเซิร์ฟเวอร์มีปัญหา
หรือทำงานไม่ทัน
· สายสัญญาณที่เชื่อมต่อระหว่าง Switching
Hub กับเครื่องเซิร์ฟเวอร์ยาวเกินไป ทำให้เกิดดีเลย์
· ปัญหาที่เกี่ยวกับการจัดวางตำแหน่งของเครื่องเซิร์ฟเวอร์
ภาพที่ 4 แสดงการเชื่อมต่อระหว่างเครือข่ายกับ
Server ที่ทำให้เกิดปัญหาคอขวด